วันพฤหัสบดี 26 พฤศจิกายน 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ความรู้อิสลาม > มิลาน ชูลทส์ นักวิทยศาสตร์ 25 ปีที่ไม่เคยคิดว่ามีพระเจ้า ทำไมสุดท้ายต้องยอมจำนนต่ออิสลาม?

มิลาน ชูลทส์ นักวิทยศาสตร์ 25 ปีที่ไม่เคยคิดว่ามีพระเจ้า ทำไมสุดท้ายต้องยอมจำนนต่ออิสลาม?


หมวดหมู่ : ความรู้อิสลาม เปิดอ่าน 6,310 ครั้ง

Milan%20Schultz

มิลาน ชูลทส์ นักวิทยศาสตร์ 25 ปีที่ไม่เคยคิดว่ามีพระเจ้า ทำไมสุดท้ายต้องยอมจำนนต่ออิสลาม?

เรื่องราวสุดประทับใจในการเข้ารับอิสลามของ “มิลาน ชูลทส์” จากนักวิทยศาสตร์ กับ 25 ปีที่ไม่เคยคิดว่ามีพระเจ้า ทำไมสุดท้ายต้องยอมจำนนต่ออิสลาม?

มิลาน ชูลทส์ (Milan Schultz) นักวิทยาศาสตร์จากประเทศสาธารณรัฐ เชคเล่าถึงหนทางสู่อิสลามของเขาในการประชุมเรื่องข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่ปรากฏในอัล-กุรอานและซุนนะฮ์ครั้งที่ 8 (The Eight International Conference on the Scientific Signs in the Qur’an and Sunnah) ที่ประเทศคูเวตช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2006

มิลานบอกว่าหลังจากที่เขาได้พินิจพิจารณาเรื่องจักรวาลทำให้เขาเปลี่ยนจากผู้ไม่เชื่อในพระเจ้ามาเป็นผู้ที่ศรัทธาเมื่อ 25 ปีก่อน

“แต่ผมไม่ได้มองหาศาสนาอะไรหรอกนะ เพราะผมเชื่อว่าทุกศาสนานั้นผิดหมด” เขากล่าว
“และโดยเฉพาะกับศาสนาอิสลามแล้ว มีแต่ภาพพจน์ในแง่ลบ”

ต่อมาเขาได้อ่านอัล-กุรอานและในนั้นเขาเจอข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่นักวิทยาศาสตร์เพิ่งจะค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ และนี่เองที่นำเขาไปสู่การรับอิสลาม

อัสลามุอลัยกุม

ผมมีเรื่องราวสั้นๆ จะเล่าให้ฟัง…

มีคนชอบถามว่าทำไมผมถึงหันมาเป็นมุสลิม ผมบอกพวกเขาว่าก็เพราะพระเจ้าแสดงให้ผมเห็นว่าทำไมผมถึงต้องเป็นมุสลิมนะสิ!

ในช่วง 35 ปีแรกของชีวิต ผมเป็นผู้ไม่ศรัทธาในพระเจ้า ผมรู้ว่าไม่มีพระเจ้า ผมไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีพระเจ้า และผมก็ไม่ศรัทธาในพระเจ้า

ผมสนใจวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ผมมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้น และเมื่อ 25 ปีก่อน มันสว่างวาบในใจผมขึ้นมาเลย เมื่อผมสรุปได้ว่า จักรวาลของเราถูกสร้างมาอย่างสมบูรณ์แบบ อย่างเป็นระบบระเบียบดีมาก ทุกอย่างลงตัวไปหมด น่าทึ่งที่สุด ซึ่งทำให้ผมคิดว่าจะต้องมีผู้สร้างมันขึ้นมาแน่ๆ (มันไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรอก)
นั่นคือต้องมีพระเจ้า!

ในวินาทีนั้น ผมเปลี่ยนความคิดแบบ 180 องศา คือเปลี่ยนจากที่มั่นใจสุดๆ ว่าไม่มีพระเจ้า ไปยังความคิดที่มั่นใจแบบสุดๆ เช่นกันว่า ‘ต้องมีพระเจ้าแน่ๆ’ และพระเจ้าต้องมีเพียงหนึ่งเดียว (อัลลอฮุอักบาร – อัลลอฮทรงเกรียงไกร)

ผมว่าต้องมีพระเจ้าแน่ๆ นั่นคือผมกำลังบอกว่า ‘อัชฮาดุอัลลาอิลาฮาอิลลัลลอฮ’ (ฉันเชื่อว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ) แต่ผมไม่ได้มองหาศาสนานะ ผมเชื่อว่าศาสนาทุกศาสนาผิดหมด ศาสนาคริสต์บอกว่าพระเจ้ามีหนึ่งเดียว ศาสนายูดายบอกว่าชาวยิวเป็นกลุ่มชนที่พระเจ้าเลือก(chosen people) และหากคุณไม่ใช่ชาวยิว คุณก็มิใช่คนที่พระเจ้าเลือก ในขณะที่ศาสนาอิสลามนั้น ผมเจอแต่ข่าวในแง่ลบ แต่ผมก็ไม่อยากจะเป็นคนเมินเฉย ไม่แยแสในศาสนา ดังนั้นผมก็เลยบอกว่าโอเค งั้นผมจะเริ่มอ่านไบเบิล

ในไบเบิล ผมเจอหลายส่วนที่รู้เลยว่าเป็นพระวจนะที่มาจากพระเจ้า ซึ่งคุณรู้สึกได้จากหัวใจของคุณเอง และคุณจะเห็นว่ามีหลายส่วนในไบเบิลอีกเช่นกันที่มิได้มาจากพระเจ้า แต่มาจากการเขียนขึ้นโดยมนุษย์ เพราะข้อความในบางหน้าของคัมภีร์ขัดแย้งกับข้อความในอีกหน้าหนึ่ง ผมเลยรู้ว่าไบเบิลเขียนขึ้นโดยมนุษย์หลายปีหลังพระเยซูจากโลกนี้ไปแล้ว

จากนั้นผมก็ซื้ออัล-กุรอานมาอ่าน เป็นอัล-กุรอานฉบับแปลภาษาอังกฤษ ตอนที่ผมเริ่มอ่านคัมภีร์เล่มนี้ ผมเริ่มต้นด้วยความรู้สึกเดียวกับที่อ่านไบเบิล คือผมคิดว่าหนังสือเล่มนี้ก็ต้องเขียนขึ้นมาโดยมนุษย์เช่นกัน ต่างกันเพียงแค่อัล-กุรอานนี้ เรารู้ชื่อผู้เขียน คือ มุฮัมมัด หลังจากผมอ่านอัล-กุรอานไปได้ 1 ใน 3 ส่วนของเล่มแล้ว ผมจำได้ว่าผมบอกกับภรรยาผมว่า ‘เธอรู้มั้ย, ผู้ชายคนนี้, มุฮัมมัดนี่เขาต้องเป็นผู้ชายที่ฉลาด อัจฉริยะมากๆ เพราะหนังสือที่เขาเขียนช่างแจ่มแจ้งชัดเจน มีตรรกะเหตุผลมากๆ อ่านง่าย และที่สำคัญที่สุดคือทั้งเล่มไม่มีข้อความที่ขัดแย้งกันเลย’ และเมื่อผมอ่านต่อไปอีก ทันใดนั้นผมก็เจอเข้ากับข้อความที่เป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่ผมรู้ว่าเพิ่งถูกค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ในยุคเราคือในศตวรรษที่ 20 นี่เอง

ดังนั้นผมจึงพบว่า มุฮัมมัดมิใช่ผู้เขียนอัล-กุรอานแน่ๆ แต่เขาเป็นเพียงศาสนฑูตที่ถูกส่งลงมาจากพระผู้เป็นเจ้าเพื่อนำอัล-กุรอานมาให้มนุษยชาติ ผมเจอว่า มาชาอัลลอฮ มุฮัมมาดัลรอซูลุลลอฮ (มุฮัมมัดเป็นศาสนฑูตของพระเจ้า) ดังนั้นผมเลยพูดว่า มาชาอัลลอฮ ผมเป็นมุสลิม แล้วก็มีคนถามว่า คุณมีปฏิกิริยาอย่างไร ก็คุณเคยบอกว่าคุณเคยได้ยินแต่เรื่องราวไม่ดีเกี่ยวกับมุสลิม คุณรู้สึกอย่างไรล่ะ? คุณอยากจะเป็นมุสลิมหรือ? ผมเลยบอกว่า ผมไม่มีทางเลือก

เพราะตอนผมเกิดมา ยังเป็นทารก ผมไม่รู้หรอกว่าผมแตกต่างจากแม่ของผม พอโตขึ้นหน่อยผมจะร้องไห้เมื่อแม่ไม่อยู่ ผมกลัวว่าเธอจะไปแล้วไปลับ ผมก็ยังไม่รู้ว่าผมคือใคร แล้ววันหนึ่งผมก็พบว่า มาชาอัลลอฮ ผมเป็นเด็กผู้ชาย แล้วก็ไม่มีใครมาถามหรอกว่าผมอยากเป็นเด็กผู้ชายหรือเปล่า ไม่มีหรอก เพราะเราไม่มีทางเลือก พระเจ้าสร้างเรามาแบบนี้

ผมมีชีวิตครอบครัวที่ดีมากๆ มีภรรยาที่แสนดีและลูกที่น่ารัก แต่พรที่วิเศษสุดในชีวิตของผมก็คือการที่พระเจ้าได้ให้ทางนำแก่ผม และเมื่อผมละหมาด ผมขอดุอา (ขอพร) ว่า เมื่อไหร่ที่ผมเสียชีวิตก็ขอให้ผมเสียชีวิตในสภาพของผู้ที่ศรัทธาในพระเจ้าเถิด อย่าให้ผมกลายเป็นผู้ไม่ศรัทธาเหมือนในอดีต

เมื่อสักครู่นี้ผมได้ยินใครบางคนในนี้ติงว่า ไม่แน่นะ ข้อความที่ปรากฏในอัล-กุรอานอาจจะไม่ตรงกับหลักวิทยาศาสตร์ก็ได้ เราไม่ควรบอกว่าวิทยาศาสตร์นั้นถูกต้องเสมอไป

แต่คุณรู้มั้ย พระเจ้าได้บอกไว้ในอัล-กุรอานว่า ‘เราได้แสดงความมหัศจรรย์ของเราแก่ผู้ที่ต้องการความแน่นอน’ ดังนั้นคำตอบของผมก็คือ หากคุณมีศรัทธาที่เข้มแข็ง และมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เมื่อคุณเห็นข้อความที่เป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ในอัล-กุรอาน คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเลยว่ามันจะผิดหรือถูกตามหลักวิทยาศาสตร์ มันกระโดดออกมาเอง จะโดนใจคุณเลย จนคุณต้องร้องออกมา มาชาอัลลอฮ นี่เป็นสัญญาณจากพระผู้เป็นเจ้า คุณจะไม่มีข้อสงสัยเลยและจะรู้สึกว่าต้องถ่อมตัว เพราะคุณรู้ว่าในคัมภีร์เล่มนี้มีแต่ความจริง ไม่มีความเท็จเลยแม้แต่น้อย หนังสือเล่มนี้ไม่มีข้อผิดพลาดเพราะเป็นหนังสือที่มาจากพระวจนะของพระผู้เป็นเจ้า และพระองค์ไม่ได้บอกอะไรที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงเลย

ท้ายที่สุดนี้ ผมขอขอบคุณผู้จัดงานประชุมที่จัดได้วิเศษมาก

อัสลามุอลัยกุม

ถอดความจากวีดิโอโดย วาริษาฮ์ อัมรีล

news.muslimthaipost.com

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " มิลาน ชูลทส์ นักวิทยศาสตร์ 25 ปีที่ไม่เคยคิดว่ามีพระเจ้า ทำไมสุดท้ายต้องยอมจำนนต่ออิสลาม? "