วันอาทิตย์ 9 สิงหาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ความรู้อิสลาม > “รักร่วมเพศ”พฤติกรรมที่อิสลามรังเกียจ

“รักร่วมเพศ”พฤติกรรมที่อิสลามรังเกียจ


หมวดหมู่ : ความรู้อิสลาม เปิดอ่าน 210 ครั้ง

❌ #อิสลามไม่ยอมรับรักร่วมเพศ

ไม่ว่ากระเเสโลกจะเปลี่ยนแปลงไปเเละเสื่อมโทรมมากเพียงใดก็ตาม เเต่บทบัญญัติของอิสลามจะยังคงหนักเเน่นเเละไม่คล้อยตามความเสื่อมโทรมของสังคม เพราะมันเป็นบทบัญญัติที่มาจากผู้สร้าง ผู้ทรงรู้สิ่งที่เหมาะสมเเละคู่ควรกับมนุษย์มากที่สุด ด้วยเหตุนี้เอง มันจึงเป็นบทบัญญัติที่มีความเหมาะสมกับทุกยุคทุกสมัย

เเละหนึ่งในความเสื่อมถอยของสังคมมนุษย์ คือการยอมรับเเละสนับสนุนพฤติกรรมการรักร่วมเพศ จนหลายๆประเทศได้ออกกฏหมายรองรับการเเต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน !

เเต่สำหรับมุสลิมนั้น จะไม่อ่อนไหวไปตามกระเเสของสัมคม เเต่ทว่าเราจะยึดมั่นอยู่กับหลักคำสอนแห่งบทบัญญัติของอิสลามอันสูงส่ง ซึ่งในเรื่องนี้ ศาสนาอิสลามได้มีจุดยืนที่มั่นคงมาตั้งเเต่ในยุคสมัยของท่านนบีลูฏ อลัยฮิสสลาม เมื่อกลุ่มชนของท่านได้มีพฤติกรรมการสมสู่กันระหว่างผู้ชายด้วยกัน เเละดื้อรั้นไม่รับฟังการตักเตือน จนในที่สุดอัลลอฮฺได้ทรงส่งการลงโทษอันรุนเเรงมายังพวกเขา ดังที่พระองค์ได้ตรัสถึงเรื่องราวนี้ไว้ในอัลกุรอานหลายอายะฮฺด้วยกัน :

وَلُوطًا إِذْ قَالَ لِقَوْمِهِ أَتَأْتُونَ الْفَاحِشَةَ مَا سَبَقَكُمْ بِهَا مِنْ أَحَدٍ مِنَ الْعَالَمِينَ . إِنَّكُمْ لَتَأْتُونَ الرِّجَالَ شَهْوَةً مِنْ دُونِ النِّسَاءِ بَلْ أَنْتُمْ قَوْمٌ مُسْرِفُونَ وَمَا كَانَ جَوَابَ قَوْمِهِ إِلا أَنْ قَالُوا أَخْرِجُوهُمْ مِنْ قَرْيَتِكُمْ إِنَّهُمْ أُنَاسٌ يَتَطَهَّرُونَ . فَأَنْجَيْنَاهُ وَأَهْلَهُ إِلا امْرَأَتَهُ كَانَتْ مِنَ الْغَابِرِينَ . وَأَمْطَرْنَا عَلَيْهِمْ مَطَرًا فَانْظُرْ كَيْفَ كَانَ عَاقِبَةُ الْمُجْرِمِينَ

ความว่า : “และจงรำลึกถึงลูฏ ขณะที่เขาได้กล่าวแก่ประชาชาติของเขาว่า ท่านทั้งหลายจะประกอบสิ่งชั่วช้าน่ารังเกียจ ซึ่งไม่มีคนใดในหมู่ประชาชาติทั้งหลายได้ประกอบมันมาก่อนพวกท่านกระนั้นหรือ?” (80) “แท้จริงพวกท่านจะสมสู่เพศชายด้วยตัณหาราคะอื่นจากเพศหญิง ยิ่งกว่าพวกท่านยังเป็นพวกที่ละเมิดขอบเขตด้วย (81) “และคำตอบแห่งประชาชาติของเขานั้นมิปรากฏเป็นอื่นใด นอกจากการที่พวกเขากล่าวว่า ท่านทั้งหลายจงขับไล่พวกเขา ออกไปจากเมืองของพวกท่านเสีย แท้จริงพวกเขาเป็นพวกที่บริสุทธิ์” (82) “และเราได้ช่วยเขาและครอบครัวของเขาให้รอดพ้น นอกจากภรรยาของเขาเท่านั้น ซึ่งนางปรากฏอยู่ในหมู่ที่คงอยู่ (เพื่อรับการลงโทษ) (83) “และเราได้ให้ฝนตกลงมาบนพวกเขา แล้วเจ้าจงดูเถิดว่า ผลสุดท้ายของบรรดาผู้กระทำผิดนั้นเป็นอย่างไร?” (84)

(อัลอะอฺรอฟ : 80-84)

فَلَمَّا جَآءَ أَمْرُنَا جَعَلْنَا عَٰلِيَهَا سَافِلَهَا وَأَمْطَرْنَا عَلَيْهَا حِجَارَةً مِّن سِجِّيلٍ مَّنضُودٍ

ความว่า : ดังนั้น เมื่อพระบัญชาของเราได้มาถึง เราได้ทำให้ข้างบนของมันเป็นข้างล่าง และเราได้ให้ก้อนหินแกร่งหล่นพรูลงมา

(ฮูด : 82)

لَعَمْرُكَ إِنَّهُمْ لَفِي سَكْرَتِهِمْ يَعْمَهُونَ . فَأَخَذَتْهُمُ الصَّيْحَةُ مُشْرِقِينَ . فَجَعَلْنَا عَالِيَهَا سَافِلَهَا وَأَمْطَرْنَا عَلَيْهِمْ حِجَارَةً مِنْ سِجِّيلٍ . إِنَّ فِي ذَلِكَ لآيَاتٍ لِلْمُتَوَسِّمِينَ وَإِنَّهَا لَبِسَبِيلٍ مُقِيمٍ

ความว่า : ขอสาบานด้วยชีวิตของเจ้า แน่นอนแท้จริงพวกเขาอยู่ในการมึนเมาหลงทาง (72) ดังนั้น เสียงกัมปนาทได้คร่าพวกเขาเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น (73) แล้วเราได้พลิกกลับส่วนบนของมันเป็นส่วนล่าง และได้ให้หินจากนรกหล่นลงมาทับพวกเขา (74) แท้จริงในการนั้น แน่นอนเป็นสัญญาณแก่บรรดาผู้พินิจพิเคราะห์ (75) และแท้จริง มัน(สถานที่นั้น)ยังคงเป็นเส้นทางที่พักอาศัยอย่างแน่นอน (76)

(อัลฮิจรฺ : 72-76)

นี่คือบทลงโทษอันรุนเเรงที่ประสบกับกลุ่มชนที่มีพฤติกรรมชายรักชายในกลุ่มชนของท่านนบีลูฏ อลัยฮิสสลาม !

เเละปรากฏในหะดีษว่า :

عن جابر يَقُولُ : قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : ” إِنَّ أَخْوَفَ مَا أَخَافُ عَلَى أُمَّتِي عَمَلُ قَوْمِ لُوطٍ “.

จากท่านญาบิร รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺﷺได้กล่าวว่า :

“แท้จริงสิ่งที่ฉันกลัวที่สุดต่อประชาชาติของฉัน คือพฤติกรรมของกลุ่มชนลูฏ”

(บันทึกโดยติรมิซียฺ : 1457 , ชัยคฺอัลบานียฺให้สถานะหะซัน)

หมายถึง : การงานของกลุ่มชนของท่านนบีลูฏ อลัยฮิสสลาม นั้น เป็นการกระทำที่ท่านนบีﷺกลัวว่าจะเกิดขึ้นกับประชาชาติของท่านมากที่สุด

ซึ่งพฤติกรรมของกลุ่มชนนบีลูฏถูกเรียกว่า “ลิวาฏ” นั่นคือ : การที่ผู้ชายสองคนมีเพศสัมพันธ์กันทางทวารหนัก

عَنِ ابْنِ عَبَّاسٍ رضي الله عنهما أَنَّ نَبِيَّ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ : وَلَعَنَ اللَّهُ مَنْ عَمِلَ عَمَلَ قَوْمِ لُوطٍ، وَلَعَنَ اللَّهُ مَنْ عَمِلَ عَمَلَ قَوْمِ لُوطٍ، وَلَعَنَ اللَّهُ مَنْ عَمِلَ عَمَلَ قَوْمِ لُوطٍ .

รายงานจากท่านอิบนุอับบาส รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา : เเท้จริงท่านนบีของอัลลอฮฺﷺได้กล่าวว่า :

“เเละอัลลอฮฺทรงสาปแช่งผู้ที่ปฏิบัติพฤติกรรมของกลุ่มชนลูฏ เเละอัลลอฮฺทรงสาปแช่งผู้ที่ปฏิบัติพฤติกรรมของกลุ่มชนลูฏ เเละอัลลอฮฺทรงสาปแช่งผู้ที่ปฏิบัติพฤติกรรมของกลุ่มชนลูฏ”

(บันทึกโดยอะหมัด : 2816 , เป็นหะดีษหะซัน)

เเละท่านนบีﷺได้กล่าวถึงบทลงโทษของผู้ที่กระทำพฤติกรรมของกลุ่มชนนบีลูฏว่าจะต้องฆ่าผู้ที่ประพฤติทั้งสองคน ดังปรากฏในหะดีษ :

عَنِ ابْنِ عَبَّاسٍ قَالَ : قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : ” مَنْ وَجَدْتُمُوهُ يَعْمَلُ عَمَلَ قَوْمِ لُوطٍ فَاقْتُلُوا الْفَاعِلَ وَالْمَفْعُولَ بِهِ ”

ท่านอิบนุอับบาส รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺﷺได้กล่าวว่า :

“ผู้ใดก็ตามที่พวกท่านพบว่าเขากระทำพฤติกรรมของกลุ่มชนลูฏ ก็จงฆ่าทั้งผู้กระทำเเละผู้ถูกกระทำ”

(บันทึกโดยอบูดาวูด : 4462 ,ติรมิซียฺ : 1456 , เเละอิบนุมาญะฮฺ : 2561 , ชัยคฺอัลบานียฺให้สถานะศ่อฮีหฺ)

หมายถึง : ให้ฆ่าผู้ชายทั้งสองคนที่มีเพศสัมพันธ์กันทางทวารหนัก ซึ่งการลงโทษในหะดีษบทนี้เป็นหน้าที่ของผู้นำผู้ปกครองในบ้านเมืองมุสลิมที่จะต้องปฏิบัติหรือออกคำสั่ง ไม่ใช่ใครจะกระทำการลงโทษโดยพลการได้ ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ในประเทศที่ปกครองด้วยอิสลามเท่านััน

เเละพฤติกรรมรักร่วมเพศที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ มีความร้ายเเรงกว่าพฤติกรรมของกลุ่มชนนบีลูฏ เพราะกลุ่มชนนบีลูฏนั้นพวกเขาทำการสมสู่กันระหว่างผู้ชาย เเต่ในยุคนี้พฤติกรรมเช่นนี้ได้เกิดขึ้นระหว่างผู้หญิงด้วยกัน !

นี่คือจุดยืนอันมั่นคงของศาสนาอิสลาม ดังกล่าวนี้ เนื่องด้วยความเอาใจใส่อย่างที่สุดของศาสนาอิสลามในการรักษาไว้ซึ่งธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของมนุษย์ เเละเพื่อขจัดผลเสียอันมากมายที่จะตามมาจากพฤติกรรมอันน่าเกลียดนี้

ขออัลลอฮฺทรงปกปักบรรดามุสลิมให้พ้นจากความเลวร้ายทั้งปวงด้วยเถิด

#อิสลามตามแบบฉบับ

เปิดอ่าน 210 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " “รักร่วมเพศ”พฤติกรรมที่อิสลามรังเกียจ "

ปิดการแสดงความคิดเห็น