วันพฤหัสบดี 7 กรกฎาคม 2565
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าวประจำวัน > เปิดภาพจีนกดขี่มุสลิมอุยกูร์ หลังข้อมูลตำรวจซินเจียงถูกแฮก

เปิดภาพจีนกดขี่มุสลิมอุยกูร์ หลังข้อมูลตำรวจซินเจียงถูกแฮก


หมวดหมู่ : ข่าวประจำวัน เปิดอ่าน 116 ครั้ง

ซินเจียง ค่ายกักกันมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก

การสอนศาสนา
การไว้เครา

การถือศีลอด

การไม่ดื่มเหล้า และไม่สูบบุหรี่

การคลุมฮิญาบมิดชิด

เป็นเรื่องผิดกฎหมายและมีโทษในซินเจียง

กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงไปทั่วโลกตอนนี้

เมื่อข้อมูลของตำรวจซินเจียง(Xinjiang Police Files) ซึ่งอยู่ในเขตปกครองพิเศษซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน ถูกแฮ็กระบบ มีข้อมูลและรูปภาพชาวอุยกูร์ที่ถูกทางจีนกักขังหลายพันรูปรั่วไหล
ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวทางประเทศยุโรป

โดยเฉพาะมุสลิมในยุโรป รวมทั้งชาวอุยกูร์ที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศต่างๆ ได้ออกมาพูดถึงปัญหาการกดขี่ ที่จีนได้กระทำกับชาวมุสลิมมาตลอดหลายปีอีกครั้ง
เขตปกครองตนเองซินเจียง-อุยกูร์ ประเทศจีน

หรือที่มีชื่อเรียกว่า เตอร์กิสถานตะวันออก เป็นภูมิภาคที่มีชาวอุยกูร์ซึ่งเป็นมุสลิมอาศัยอยู่ราว 10 ล้านคน
ปี2017 จีนมีการสร้างค่ายปรับทัศนคติ สำหรับชาวอุยกุร์ โดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ซึ่งจีนเรียกค่ายนี้ว่า ศูนย์อาชีวศึกษาและฝึกอบรมอาชีพ ค่ายนี้จะถูกปลูกฝังค่านิยมแบบคอมมิวนิสต์ เชื่อในวิทยาศาสตร์ และให้ละทิ้งความเชื่อศาสนา

มุสลิมอุยกูร์ ที่ทางการจีนเห็นว่าเป็นภัยมั่นคงของชาติ แบ่งแยกดินแดน มีความคิดสุดโต่ง หรือแสดงอัตลักษณ์วัฒนธรรมที่เกินขอบเขตของอุยกูร์ เช่น สอนศาสนา ไว้เครา แต่งตัวมิดชิดและคลุมฮิญาบ การถือศีลอด หรือแสดงออกทางความเชื่อ จะถูกจับตาและจับกุม พาไปยังค่าย

จีนมีการห้ามชาวมุสลิมอุยกูร์ ออกกฎหมายบังคับตั้งแต่ปี2017 เป็นต้นมา

เช่นห้ามสมรส(นิกะห์)ตามหลักศาสนาซึ่งการนิกะห์ขัดกับกฎหมายของทางการห้ามคลุมฮิญาบมิดชิด หรือคลุมฮิญาบในสถานที่ราชการ
ห้ามตั้งชื่อด้วยนัยยะทางความเชื่อสุดโต่งห้ามไว้เคราเกินที่ระบุ หรือไว้แปลกแยกคนทั่วไปในเดือนรอมฎอน มีการห้ามถือศีลอด

กฎนี้ครอบคลุมทั้งประชาชน รวมทั้งข้าราชการ นักเรียน อาจารย์มุสลิม ใครที่ไม่ปฎิบัติตามจะถูกจับและถูกนำไปเข้าไปปรับทัศนคติในค่าย โดยไม่ต้องมีหมายศาล หรือทำผิดกฎของรัฐ

หลังจากมีการออกกฎห้ามชาวมุสลิมปฎิบัติแสดงออกทางด้านความเชื่อ จีนได้มีการอนุญาตให้เต้นระบำและบรรเลงดนตรีหน้ามัสยิด รวมทั้งการละเล่นต่างๆ และการดื่มเหล้า
กลายเป็นเรื่องถูกส่งเสริม เพื่อให้ลดความเคร่งครัดและความเชื่อออกไป

ชาวอุยกูร์จำนวนมากจึงถูกจับโดยที่ไม่มีหมายศาล และไม่ได้ทำผิดกฎหมาย
เพียงแต่เจ้าหน้าที่แค่สงสัยใคร ใช้ความรู้สึกจับกุมได้ตลอด
หลายคนถูกคุมขังเพียงเพราะแสดงออกว่านับถือศาสนาอิสลาม หรือเคยเดินทางไปยังประเทศมุสลิม

จีนกดขี่กลุ่มชาติพันธุ์และพยายามทำลายวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวอุยกูร์ ซึ่งมีความแตกต่างจากวัฒนธรรมของจีนแผ่นดินใหญ่ที่เป็นชาวฮั่น

ชาวอุยกูร์ที่โดนเข้าค่ายกักกัน ทั้งหมดจะถูกนำไปปลูกฝังค่านิยมแบบคอมมิวนิสต์ รักชาติ พูดภาษาจีน และวัฒนธรรมจีน และให้ลดอัตลักษณ์ตัวเอง รวมทั้งละทิ้งศาสนาในที่สุด
เอกสารที่หลุดระบุว่า ใครก็ตามที่พยายามหนีออกจากค่าย จะถูกยิงทิ้ง ไม่ให้มีชีวิตรอด

รัฐบาลอ้างว่า “ค่ายอบรมให้การศึกษาใหม่” (re-education camps) ที่สร้างขึ้นทั่วซินเจียง ตั้งแต่ปี 2017 ไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่า “โรงเรียน” แต่นี่เป็นเรื่องตรงกันข้ามจากที่เห็นในคำสั่งตำรวจ เวรรักษาความปลอดภัย และรูปถ่ายของผู้ถูกคุมขังที่ไม่เคยมีใครเคยเห็นมาก่อน

แต่จริงๆแล้วมันคือคุกที่คุมขังมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่จับกุมโดยไม่มีสาเหตุ หรือมีความผิดตามกฎหมายจีน
เพียงแต่พวกเขาแสดงอัตลักษณ์และวัฒนธรรมเป็นชาวอูยกุร์ นี้คือสิ่งที่จีนปิดกั้นโลกมาตลอด

ปี2019 มีชาวอุยกูร์ถูกขังอยู่ในค่ายกว่า 1ล้านห้าแสนคน

ข้อมูลที่ถูกแฮ็กออกมามีรูปชาวอุยกูร์มากกว่า 5,000 รูป ที่ถ่ายช่วงเดือน ม.ค. ถึง ก.ค. ปี 2018
หลังจากใช้ข้อมูลอื่นประกอบ พบว่ามีอย่างน้อย 2,884 คนที่ถูกกักขัง

ข้อมูลดังกล่าวมีได้มาจากผู้แฮ็กระบบ ซึ่งถูกเปิดเผยโดย Dr. Adrian Zens นักวิชาการจากมูลนิธิรำลึกเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากลัทธิคอมมิวนิสต์ (Victims of Communism Memorial Foundation) ซึ่งเขาเป็นบุคคลที่จีนขึ้นแบล็กลิส เนื่องจากทำงานด้านวิจัยเรื่องเขตปกครองตนเองซินเจียง

เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ เป็นเขตปกครองตนเองของจีนในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน
เป็นเขตปกครองใหญ่ที่สุดของจีน และใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก มีพื้นที่กว่า 1.6 ล้านตารางกิโลเมตร

ภูมิภาคซินเจียงมีพรมแดนติดต่อกับประเทศรัสเซีย มองโกเลีย คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน อัฟกานิสถาน ปากีสถานและอินเดีย นอกจากนี้ยังมีพรมแดนติดต่อกับทิเบต
ซินเจียงมีน้ำมันสำรองอุดมสมบูรณ์และเป็นภาคที่ผลิตแก๊สธรรมชาติใหญ่ที่สุดของจีน

ปัจจุบัน จีนพยายามนำชาวฮั่นซึ่งเป็นจีนเข้าไปอาศัยและอยู่ในซินเจียงของชาวอุยกูร์ เพื่อนำวัฒธรรมตัวเองเข้าไปในพื้นที่ ที่มีความแตกต่างเพื่อกลืนวัฒนธรรมและประเพณีของชาวอุยกูร์

#อย่านิ่งเฉย พวกเขาถูกอธรรมไม่ต่างจากปาเลสไตน์ โรฮิงญา ซีเรีย อิรัก และอัฟกานิสถาน

ที่มา Dr. Adrian Zens , BBC UK, Thai, World Uyghur Congress

รู้จักมุสลิม รู้จักอิสลาม เรียบเรียง

เปิดอ่าน 116 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " เปิดภาพจีนกดขี่มุสลิมอุยกูร์ หลังข้อมูลตำรวจซินเจียงถูกแฮก "

ปิดการแสดงความคิดเห็น