วันพุธ 21 ตุลาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าวประจำวัน > ‘พาตีเมาะ สะดียามู’ รองผู้ว่าฯหญิงคนแรกขวัญใจชาวจังหวัดชายแดนใต้

‘พาตีเมาะ สะดียามู’ รองผู้ว่าฯหญิงคนแรกขวัญใจชาวจังหวัดชายแดนใต้


หมวดหมู่ : ข่าวประจำวัน เปิดอ่าน 136 ครั้ง

วันที่ 14 ต.ค.63 บรรยากาศที่บ้านพักของนางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้มีข้าราชการ ประชาชน องค์กรต่าง ๆ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมได้เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับการกลับมาของรองผู้ว่าราชการจังหวัดหญิงคนแรกของจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นคนยะลาตั้งแต่เกิดจึงกลายเป็นขวัญใจของคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยเฉพาะชาวจังหวัดยะลา ที่มาแสดงความยินดีจนหัวบันไดบ้านไม่แห้งเพราะโดยบุคลิกที่ประชาชนเข้าถึงไง พูดไง ไม่ถือตัว ทำให้กลายเป็นความภาคภูมิใจของชาวยะลา และรองผู้ว่าราชการจังหวัดอีกท่านหนึ่งที่ประชาชนให้ความหวังโดยเฉพาะกลุ่มองค์กรสตรี ที่มีความใกล้ชิด สนิทสนมเป็นพิเศษที่เคยร่วมกันขับเคลื่อนผลักดันแก้ไขปัญหาในเรื่องสิทธิสตรีในสังคมพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และอีก4อำเภอของจังหวัดสงขลา

นับตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค.63 ที่นางพาตีเมาะ สะดียามู เดินทางมารับตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย 2423/2563 ลงวันที่ 1 ต.ค 63 แต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ยังมีมวลชน ขวัญใจจากจังหวัดชายแดนภาคใต้เดินทางมาแสดงความยินดีอย่างคับคัง ซึ่งภาพเหล่านี้หรือบรรยากาศเหล่านี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับผู้ที่มารับตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาที่ผ่านมาจนได้รับการตั้งฉายาว่า “รองผู้ว่าฯเฮาะกีตอ” หมายถึงรองผู้ว่าของเรา เป็นภาษามลายูถิ่น

ประวัติโดยย่อ…นางพาตีเมาะ สะดียามู เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2508 ปัจจุบันอายุ 55 ปี พื้นเพบ้านเดิมอยู่ที่บ้านปีซัด ม.1 ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาหญิงคนแรกนับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายต่อการยอมรับมุสลิมะห์ เป็น “ช้างเท้าหน้า” มาทำหน้าที่มากบทบาทด้วยความงามจากจิตใจ ทำให้ ทุกคนยอมรับ รองผู้ว่าฯมุสลิมมะห์ เฮาะกีตอ คนนี้

นางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา รับราชการครั้งแรกเมื่อปี 2536 ในสังกัด กระทรวงมหาดไทย จนถึงปัจจุบันกว่า 30 ปี นับตั้งแต่จังหวัดระนอง จังหวัดยะลา และปัตตานี เป็น ผอ.สำนักบริหารกลาง ศอ.บต.ก่อนจะเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง และรองผู้ว่าจังหวัดนราธิวาส ปัจจุบันได้มาเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นข้าราชการใจงาม ช่วยเหลือทุกคน จนเป็นที่รักที่รู้จัก และคุ้นเคยของคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนเป็นอย่างดี

นางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เล่าวว่า กว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ต้องมีความพยายามกับความอดทน ความมุ่งมั่น ความตั้งใจ ถือเป็นคุณสมบัติหนึ่งเลย ตั้งแต่การฝ่าฟันการเรียน เพราะเป็นเด็กบ้านนอก เป็นเด็กเรียน โรงเรียนวัด โรงเรียนตลาด โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา จบการศึกษา รปศ.รุ่น 10 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (ม.อ.) และคณะพัฒนาสังคมและสิงแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า) เป็นผู้หญิงมุสลีมะห์อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้ชีวิตมาด้วย บริบทของสังคม พหุวัฒนธรรม หล่อหลอมด้วยวิถีชีวิต ที่เราอยู่ที่นี่มาตลอด

ตอนแรกทุกคนมีความหวังว่า น่าจะเป็นรองผู้ว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เรากลับถูกเลือก ถูกกำหนดให้เป็นรองผู้ว่าฯนอกพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คือ จังหวัดพัทลุง ถูกตั้งคำถามจาก หลายส่วนว่า อาจถูกกลันแกล้งหรือเปล่า แต่รองมองเป็นพลังบวก มองว่าการได้ไปอยู่นอกพื้นที่ เป็นโอกาสโอกาส คือความท้าทาย และมีบทพิสูจน์ ที่เห็นชัดว่า พี่น้องประชาชน รักเรา คนพัทลุงรักเรา อันนี้คือผลสำเร็จของความเป็นคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ไม่ใช่รองคนเดียวแต่เป็นความสำเร็จ ของพี่น้องลูกหลานเราทั้งหมด เราทำได้ เราอยู่ได้ อันนี้คือสิ่งยิ่งใหญ่ที่อัลลอฮ์ ให้กับกะเมาะ

“ทุกวันนี้คิดตลอดว่า เราเป็นรองผู้ว่าของคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ของพี่น้องทุกคน ไม่ต้องเกรงใจที่จะใช้รองผู้ว่าคนนี้ทำงาน ภายใต้สถานการณ์ความท้าทายมากมาย เราไม่ได้ท้าทายเฉพาะ แค่ปัญหาความไม่สงบอย่างเดียว แต่เรากำลังถูกท้าทายด้วยการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก เราต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว ด้วยการนำหลักของความเป็นอิสลาม มาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานต่อไป

วันหนึ่งจากจังหวัดพัทลุง ได้มีโอกาสเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส 4 ปีเต็มๆ และสิ่งหนึ่งที่ตั้งใจตอนอยู่จังหวัดนราธิวาส ตั้งเป้าว่าจะไปทุกหมู่บ้านที่มีอยู่ที่นั้น 267 หมู่บ้าน วันนี้เราไปถึงแทบจะทั้งหมดแล้ว มองว่าเป็นความสำเร็จในเป้าหมายของตัวเอง แต่จริง ๆ แล้วเราอยากเห็นพี่น้องชาวนราธิวาส เดินไปตามยุทธศาสตร์เมืองนราธิวาส 20 ปี ที่ได้ร่วมวางโครงสร้างกับผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส

ทำเรื่องของการสร้างศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะไปเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ อัลกุรอ่าน ที่จะไปเชื่อมโยงกับความเป็นเมืองนราธิวาส อีก 20 ปีข้างหน้าศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นแหล่ง เล่าถึงความเป็นพี่น้องมาลายู ความเป็นพี่น้องพื้นถิ่นที่นี่ ความเป็นพี่น้องชาวจีน ที่เดินทางไกล ขึ้นมาทางฝั่งนี้ ความเป็นพี่น้องคนดั้งเดิม ความเป็นพี่น้องพุทธ ที่เข้ามาเป็นศูนย์กลาง

ส่วนที่ 2 เราวางโครงสร้างการพัฒนาเมืองนราธิวาสให้วางการศึกษาออกแบบจากหาดนราทัศน์ ทะลุอ่าวมะนาวและให้เชื่อมโยงสะพานและให้สะพานเป็นพื้นที่ เล่าเรื่องราว วิถี ชีวิตของคน เป็นจุดแลนด์มาร์คที่เช็คอิน อีกจุดถ้าเราสามารถเปิดเท่ากับเราเปิดเมืองนราธิวาส คนนราธิวาสจะมีอาชีพ นอกจากงานหลัก และความเป็นเมืองโกลกเป็นศูนย์กลางของระบบการค้าในรูปแบบใหม่ๆ เช่น ระบบออนไลน์ ส่งของจากโกลกไปมาเลเซีย ได้คุยกับนักธุรกิจบ้านเรา มองในเรื่องของ การเปิดศูนย์การค้าออนไลน์ที่อินโด แต่วัตถุดิบเราอยู่ที่นี่ ใช้ระบบโลจิสติกส์ส่ง อันนี้การค้าที่ที่มันตอบโจทย์ ในปัจจุบัน ทั้งนี้บางเรื่องเข้า ครม.แล้ว

วันนี้กลับมาที่ยะลา นั่งคิดว่าเราจะทำยังไงภาพรวมที่มีความเหมือนกัน ไม่ว่า คน โครงสร้าง ภูมิศาสตร์ หรือสังคม แต่ในความเหมือนกัน พอมาดูปลีกย่อยก็มีความแตกต่าง ง่ายๆ นราธิวาส มีภูเขา น้ำทะเล แต่ยะลาไม่มีทะเล แต่ยะลามีฐานเศษรฐ์กิจ ด้านพืชผลทางเกษตร ที่มีคุณภาพเยอะขึ้น ยะลาเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีฐานเศษรฐ์กิจ ที่เป็นฐานรากของครอบครัวที่ดี พอไปดูปัตตานีก็มีความแตกต่างอีก ปัตตานี 150 เป็นหมู่บ้านชายทะเลอันนี้คือความละเอียดอ่อนที่เราต้องไปดู ในอนาคต ทีมนราธิวาส โซน ศรีสาคร แว้ง จับมือกับ เบตง บันนังสตา ธารโต เป็นศูนย์กลางการข้นวัตถุดิบการเกษตร โซนนี้อยู่ระยะใกล้กัน ถ้าเรามองว่าลำพังปล่อย ให้เบตงเป็นแค่การเข้าออกของคน ไปไม่รอด ถ้าเราสามารถเป็นศูนย์กลางส่งวัตถุดิบเกษตรเราจะไปได้ เวลามองการพัฒนาเราต้องมองเป็นพื้นที่แยกย่อยไป ครัวเรือนจะไม่ได้อะไรจากสิ่งเหล่านี้

เราเป็นคนยะลาการกลับมาครั้งนี้ในฐานนะรองผู้ว่าขอกลับมาดูแลแม่และได้ทำงานด้วยไม่ได้มองในเรื่องของโอกาสการเติบโตของสายงาน เพราะมองว่าการเป็นรองผู้ว่าฯเราสำเร็จแล้ว เราสามารถทำอะไรได้เยอะ โดยที่ไม่ต้องเป็นผู้ว่าฯเราถึงจะทำกะเมาะจะทำลายกำแพงเหล่านี้ไปหมด แต่มองตรงที่ว่าตัวเองมีโอกาสมีศักดิ์ภาพที่จะเข้าไปทำแต่ทั้งหมดต้อง  ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะการสร้างสรรคสังคมสันติสุข สังคมสงบสุข พี่น้องสื่อมวลชนสำคัญที่สุด เพราะโลกเปลี่ยน โซเซียลทำให้ทุกคนเป็นผู้นำสาร เป็นผู้ส่งสารที่จะต้องเล่าเรื่องดี ๆ เป็นโอกาสของพวกเรา เป็นพลังในอดีตเรามองว่าผู้ส่งสารมีไม่เยอะ แต่วันนี้ไปไกลมากกว่าช่อง ต่างๆ ที่เคยมีในอดีต

สิ่งที่น่าจะต้องไปช่วยและส่งเสริม ด้านเศษร์กิจ ๆที่ มั่นคง ยั่งยืน เป็นเศษรฐ์กิจ ฐานเล็กในหมู่บ้าน ข้างบนล้มแต่ฐานข้างล่างไม่ล้ม โควิด เราไม่ได้ทำให้เราเซมากมาย สถานการณ์ต้มยำกุ้งเมื่อสิบปีที่แล้ว ไม่ได้ทำให้ชาวบ้านกระทบ นี้คือสิ่งที่เราอยู่ได้ ก็เลยมองว่าสถานการณ์โควิดกลับเป็นโอกาสให้พวกเราได้เรียนรู้การปรับตัวสิ่งใหม่ๆที่เกิดขึ้นและสร้างสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของวิถีคิด ทั้งหมดนี้จะไปไม่ได้ต้องอาศัยแรงหนุน จากทุกภาคส่วนและกลไกลของผู้หญิงอีกกลไกสำคัญ

อีกกลไกหนึ่งที่จะเข้าไปดู คิดว่ากลไกผู้หญิงเป็นกลไกล ที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน อ่อนหนุ่ม เป็นความสวยงาม และเป็นไปด้วยความสร้างสรรค์ การแสดงออกในเชิงของผู้หญิงจะไม่ได้แรงเหมือนผู้ชาย เราใช้คุณสมบัติของผู้หญิงเป็นต้นทุนในการขับเคลือนเสริมเข้าไป ผู้หญิงจะมีบทบาทเยอะ เป็นแม่ เป็นภรรยา การทำมาหากิน ซึ่งผู้ชายเป็นแม่ก็ไม่ได้ ซึ่งมันคือสิ่งสำคัญ ก็ต้องขอโอกาส จากชาวยะลา ได้ให้ความเมตา กรุณาในการ ร่วมมือการทำงาน เป็นส่วนหนึ่งการพัฒนาจังหวัดยะลา เป็นส่วนหนึ่งที่จะนำมาซึ่งความภาคภูมิใจ ของคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ และต้องขอบคุณ พี่น้องชาวจังหวัดยะลาที่ได้ให้โอกาส กับลูกหลานคนหนึ่ง

เป็นส่วนหนึ่งให้โลกได้รับรู้ว่า เราทำได้ ผู้หญิงทำได้ ในฐานะเป็นมุสลิมะห์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้สุดยอด เป็นประวัติศาตร์ เป็นเกียรติประวัติและเป็นขวัญกำลังใจของพวกเราทุกคน”

ที่มา: แนวหน้า

เปิดอ่าน 136 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " ‘พาตีเมาะ สะดียามู’ รองผู้ว่าฯหญิงคนแรกขวัญใจชาวจังหวัดชายแดนใต้ "

ปิดการแสดงความคิดเห็น