Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
วันพุธ 19 มิถุนายน 2562
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าวประจำวัน > โรคซึมเศร้า! ภัยเงียบทำลายชีวิต บำบัดจิตแบบอิสลาม โดย นพ.กษิดิษ ศรีสง่า

โรคซึมเศร้า! ภัยเงียบทำลายชีวิต บำบัดจิตแบบอิสลาม โดย นพ.กษิดิษ ศรีสง่า

หมวดหมู่ : ข่าวประจำวัน 8 มิถุนายน 2019 เปิดอ่าน 13,953 ครั้ง

เชื่อว่าหลายคน น่าจะได้ยินข่าวกันอยู่บ้าง เรื่องโรคซึมเศร้า ที่ฟังดูแล้วไม่น่าจะหนักหนา แต่ก็คร่าชีวิตคนมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง นักแสดง นักธุรกิจร่ำรวยพันล้าน คนทั่วไป หรือแม้แต่ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มักมีอาการซึมเศร้า จะเห็นได้ว่าโรคซึมเศร้านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ควรมองข้ามอีกต่อไป เรามารู้จักกับโรคนี้กันให้มากขึ้นเผื่อมีคนใกล้ตัวกำลังคิดท้อแท้ สิ้นหวังในชีวิต ทำให้เป็นโรคนี้ขึ้นมาจะได้มีวิธีป้องกันได้ทันท่วงที

สกู๊ปข่าวฉบับนี้ได้รับเกียรติจาก “นพ.กษิดิษ ศรีสง่า” แพทย์ประจำโรงพยาบาลกรุงเทพ มาช่วยให้ข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงอาการที่ควรเฝ้าสังเกตและวิธีการแก้ปัญหาทางออกของโรคซึมเศร้านี้ทั้งด้านการแพทย์และการบำบัดจิตแบบอิสลาม

นพ.กษิดิษ กล่าวว่า เราหลายๆ คนคงเคยได้ยินคำว่า โรคซึมเศร้า และหลายๆ คนคงคุ้นเคยกับอาการซึมเศร้า และหลายๆ คนอีกเช่นกัน คงเคยมีอาการเศร้า เสียใจ จากความผิดหวัง หรือสูญเสียในเรื่องต่างๆ มากันแล้วมากมาย วันนี้เรามาลองเรียนรู้เกี่ยวกับโรคซึมเศร้ากัน

อย่างแรกคือ โรคซึมเศร้า หรือที่ภาษาอังกฤษใช้ว่า Depression นั้น เป็นโรคชนิดหนึ่ง ส่วนคำว่า อาการซึมเศร้า ภาษาอังกฤษใช้ว่า sadness หรือ grief เป็นอาการที่เกิดขึ้นเป็นปกติเมื่อเราเกิดความสูญเสีย หรือผิดหวัง ทั้งสองอย่างนี้ เป็นสิ่งที่ดูคล้ายกัน แต่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และเมื่อไรก็ตามที่เราสับสนกับสิ่งนี้ และเอาไปปนกัน เราจะพบว่า การแก้ปัญหากลับไม่ง่ายอย่างที่เราคิด และบางครั้ง ก่อให้เกิดความเสียหายถึงแก่ชีวิต ยังความเศร้าเสียใจมาสู่ครอบครัวและคนรอบข้าง กลายเป็นความสูญเสียที่ไม่อาจจะเรียกคืนได้อีก

พวกเราหลายๆ คนคงเคยพบเห็น เด็กๆ ที่ถูกแย่งของเล่น จะเสียใจ ร้องไห้ แต่พอได้ของเล่นนั้นคืนมาก็หัวเราะได้ หรือบางทีโดนหลอกล่อเอาอย่างอื่นที่น่าสนใจไปให้เช่นพาไปกินขนม ก็อาจจะทำให้เด็กคนนั้นลืมเรื่องของเล่นและหายเศร้าโศกได้ ความเศร้าโศก หรือการร้องไห้ในเด็กจึงเป็นสิ่งที่เราพบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน และแบบนั้นแหละคือ อาการเศร้า

เช่นเดียวกัน เมื่อเราโตขึ้น การโดนแย่งของเล่น หรือของกินมักจะไม่ทำให้เราเศร้ามากนัก เราเริ่มที่จะเข้มแข็งอดทนพอกับเรื่องเหล่านี้ แต่เราเริ่มมีการเรียน การสอบ ถ้าเราสอบตก สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ หรือเราเกิดมีความรัก และอกหักโดนทิ้ง เรื่องนี้กลับเป็นเรื่องใหญ่ ที่ทำให้เราต้องเสียใจร้องไห้ บางคนร้องเป็นวันๆ ร้องเป็นอาทิตย์ ใครเอาขนมหรือของเล่นมาล่อก็ไม่ได้ผล แต่ในที่สุด หลังจากร้องไห้ไปสองสามวัน เราก็จะเริ่มทำใจได้ และสามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันของเราได้ต่อไป เราจะเริ่มเศร้ายากขึ้น แต่เมื่อเราเศร้าโศก เราก็จะต้องใช้เวลานานมากกว่าสมัยยังเด็กๆที่จะทำให้หายเศร้าโศกได้ และความเศร้าอย่างนี้ก็ยังถือเป็นปกติอีกเช่นกัน

แต่ในบางคน เมื่อเกิดปัญหาความทุกข์โศกขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นความสูญเสีย หรือผิดหวัง ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ กลับกลายเป็นว่ามีอาการเศร้าอย่างหนัก และไม่สามารถทำให้หายความรู้สึกโศกเศร้าได้ แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไร จนกระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวัน กระทบการงาน เป็นเดือนๆ เป็นปี จนบางคนถึงกับฆ่าตัวตาย จบชีวิตตัวเองก็มี ถ้าท่านพบคนประเภทนี้จงตระหนักไว้เถิดว่า คนประเภทนี้ไม่ใช่คนที่เศร้าแบบปกติ แบบเราๆ ท่านๆ แล้ว แต่น่าจะเป็นโรคชนิดหนึ่งคือ โรคซึมเศร้านั่นเอง

โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่สามารถเกิดได้กับคนทุกๆ คน ทุกเพศ ทุกวัย อาการจะคล้ายๆ กับคนทั่วๆ ไปที่เศร้าเวลาสูญเสียหรือผิดหวัง แต่ระยะเวลาจะนานกว่า มีอาการวิตกกังวลได้ตลอดเวลา ไม่สามารถจะสลัดความเศร้านั้นออกไปเพื่อดำเนินชีวิตประจำวันได้เป็นปกติอีก เช่น กินไม่ได้ นอนไม่หลับ หดหู่ สิ้นหวังในชีวิต

ลักษณะที่สำคัญของโรคซึมเศร้า

1.มีความรู้สึกเศร้าโศก เบื่อโลกอยู่ตลอดเวลา
2.หงุดหงิดโมโหง่าย เหวี่ยงอยู่ตลอดเวลา เพื่อกลบเกลื่อนความเศร้าโศก ไม่พอใจ
3.หมดความสนใจในสิ่งแวดล้อมรอบตัว แม้แต่ของที่เคยชอบก็กลายเป็นไม่สนใจ อาหารที่เคยชอบก็ไม่อยากกิน
4.ไม่อยากรับประทานแม้อาหารที่เคยชอบ เบื่ออาหารน้ำหนักลดลง
5.นอนไม่หลับ หรือนอนหลับมากเกินไป (เอาแต่นอนไม่ทำอะไรทั้งวัน)
6.ไม่มีพลังที่จะทำอะไร เหนื่อยง่าย เพลียง่าย
7.มีการเคลื่อนไหวอวัยวะอย่างไม่มีจุดหมาย เช่น ขยับมือไปมา พูดซ้ำไปมา
8.รู้สึกไม่มีคุณค่า รู้สึกผิดตลอดเวลา
9.ความคิดไม่เฉียบแหลม ไม่มีสมาธิ ตัดสินใจผิดพลาด ไม่มีเหตุผล
10.คิดถึงความตาย หรือคิดฆ่าตัวตาย

ถ้ามีอาการผิดปกติที่กล่าวมาแล้ว 5 อย่างขึ้นไป มีอาการติดต่อกันเกิน 2 อาทิตย์ขึ้นไปจะต้องสงสัยไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นโรคซึมเศร้า อาจจะไม่ใช่อาการซึมเศร้าแบบปกติ ควรรีบพาไปพบจิตแพทย์โดยเร็ว

ความแตกต่างระหว่างความเศร้าปกติจากความสูญเสีย และโรคซึมเศร้า

ในคนเศร้าปกตินั้น ความเศร้าหรือความเจ็บปวดจะมาเป็นคลื่นๆ คือเป็นช่วงๆ จะมีช่วงที่คิดดีๆ สลับมาเสมอ แต่ในโรคซึมเศร้านั้นจะรู้สึกเศร้าตลอดเวลา ไม่มีช่วงของความสุขเข้ามาแทรก
ในคนเศร้าปกติจะยังรักตนเอง นับถือตนเองอยู่ยังคิดว่าตัวเองมีดี แต่ในโรคซึมเศร้าจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า รู้สึกเกลียดตัวเอง
ในบางครั้งคนที่เศร้าจากการสูญเสีย และผิดหวังอาจจะมีทั้งความเศร้าแบบปกติ และโรคซึมเศร้า ร่วมกัน ทำให้อาการโศกเศร้าเป็นได้นานกว่าคนปกติ แต่ในที่สุดจะหายได้

สาเหตุของโรคซึมเศร้านั้น เกิดจากสารสื่อประสาทภายในสมองมีการหลั่งผิดปกติ เนื่องจากประสาทสมองของคนเรานั้น ทำงานโดยการส่งสัญญาณไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย วิธีการส่งสัญญาณเหล่านี้ก็โดยการปล่อยสารเคมีบางอย่างออกมาเรียกว่าสารสื่อประสาท เพื่อกระตุ้นส่วนอื่นๆ ให้ทำงานตามที่สารสื่อประสาทนั้นสั่ง ดังนั้นทางแก้ที่ถูกต้องคือ ต้องให้สารสื่อประสาทนั้น ร่วมไปกับการทำจิตบำบัด การปลอบใจอย่างเดียว หรือให้ทำใจอย่างเดียวจะไม่ได้ผล ซึ่งต่างกับความโศกเศร้าแบบปกติที่สามารถจะแก้ด้วยการปลอบใจ หรือให้กำลังใจก็เพียงพอแล้ว

สาเหตุอื่นๆ ของโรคซึมเศร้าได้แก่ กรรมพันธุ์ คือมีคนในครอบครัวเป็นโรคซึมเศร้า หรือ บุคลิกภาพส่วนตัว ที่มีความเชื่อมั่นในตนเองน้อย เครียดง่าย พวกมองโลกในแง่ร้าย หรือสาเหตุจากสภาพแวดล้อมที่กดดันตลอดเวลา เช่นอยู่ในที่มีสมรภูมิ ถูกทอดทิ้ง ถูกประทุษร้าย หรือยากจนมากๆ ก็สามารถเป็นเหตุกระตุ้นให้เกิดโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน

ดังนั้นวิธีการรักษาโรคซึมเศร้าที่ดีที่สุดคือไปหาหมอ รับยา รับการทำจิตบำบัด

การรับยานั้นก็เพื่อจะให้สารสื่อประสาททำงานได้เป็นปกติ โดยจะต้องรับประทานยาไปประมาณ 4 สัปดาห์ อาการจึงจะดีขึ้น และหลังจากนั้นจะต้องรับประทานยาต่อไปเรื่อยๆ ถึง 9 เดือนต่อเนื่องจึงจะค่อยๆ ลดยาลงได้ โดยจิตแพทย์ผู้รักษาจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าเมื่อไรจะหยุด หรือเมื่อไรจะลดยา

การทำจิตบำบัดนั้น ได้แก่การแก้ไขกระบวนการคิด และพฤติกรรมเชิงลบ ให้เปลี่ยนเป็นความคิด และพฤติกรรมเชิงบวกให้มากขึ้น โดยให้ผู้ป่วยคิดใหม่ ทำใหม่ หาทางดำเนินชีวิตแบบใหม่ๆ ให้ผู้ป่วยเข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไร และทำไมเป็นเช่นนั้น และจะแก้ไขอย่างไร จะต้องระวังอะไร ซึ่งในกระบวนการเหล่านี้ ความเชื่อหรือวิธีการปฏิบัติทางศาสนาจะช่วยได้มาก

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็เป็นสิ่งที่ช่วยได้เช่นกัน เพราะจะทำให้สมองหลั่งสารสื่อประสาทแห่งความสุขออกมา จะทำให้รู้สึกมีความสุขมากขึ้น ใช้ได้กับคนที่เป็นโรคซึมเศร้า คนที่มีอาการเศร้า และคนทั่วๆ ไป

ดังนั้นในผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เราจึงต้องใช้ยา และใช้การทำจิตบำบัดร่วมกันไป จะใช้เพียงอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้ แต่อาการเศร้านั้น เราใช้เพียงจิตบำบัดอย่างเดียวก็สามารถช่วยได้

วิธีการรักษาจิตบำบัดแบบอิสลาม จะมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยเปลี่ยนแนวคิดในชีวิต และกลับมาสู่ความสุขได้

ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามนั้น มีความเชื่อถือศรัทธาว่า พระผู้เป็นเจ้านั้น คือผู้สร้างโลก สร้างมนุษย์และสรรพสิ่งต่างๆ เพื่อให้รู้จักและกราบไหว้บูชาพระองค์ ดังนั้น ชีวิตของมุสลิมคนหนึ่งจึงเกิดมา ดำรงอยู่ และจนกระทั่งเสียชีวิตเพื่อรับใช้พระเจ้าและดำรงตนอยู่ตามแบบอย่างที่พระผู้เป็นเจ้าคือ อัลลอฮฺ ทรงกำหนดไว้เท่านั้น ไม่สามารถจะปฏิบัติตัวเป็นอย่างอื่นได้เลย

ในด้านโรคภัยไข้เจ็บ อิสลามมีแนวทางว่า “ทุกๆ โรคนั้น มียารักษา ถ้าหากยานั้นถูกกับโรค โรคนั้นก็จะหายได้ด้วยอนุมัติของอัลลอฮฺ(ซบ.)” (ซอเฮียะห์มุสลิม, 69/2204) และในการรักษาให้หายนั้น ก็จำเป็นจะต้องมีสื่อกลางเพื่อให้เกิดการรักษาคือ แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ ยา และเครื่องมือต่างๆ และการร่วมมือของผู้ป่วยเอง และหน้าที่ของผู้ป่วยคือ อดทน ยอมรับความเจ็บป่วย และตั้งใจรักษาตัว และเขาจะได้รับผลตอบแทนที่ดีงามอย่างแน่นอน ดังใน อัลกุรอานซูเราะห์อัลบะกอเราะห์ อายะห์155-157 กล่าวไว้ว่า

“บรรดาผู้ที่อดทนนั้น คือ ผู้ที่เมื่อเขาประสบกับภัยพิบัติใดๆ เขาก็จะกล่าวว่า แท้จริงเรานั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ และเราจะต้องกลับไปหาพระองค์พวกเขาเหล่านั้นจะได้รับการสรรเสริญจากพระผู้เป็นเจ้า และความเมตตาจากพระองค์ พวกเขาคือเหล่าผู้ที่ได้รับทางนำ”

อัลกุรอาน บทนี้เป็นการยืนยันว่า มนุษย์ ตลอดจนครอบครัว และทรัพย์สมบัติของเขาล้วนเป็นสิทธิของอัลลอฮฺโดยทั้งสิ้น ตัวมนุษย์นั้น จริงๆ แล้วไม่มีอะไรเลย นอกจากตัวเปล่าๆ ดังนั้นเมื่อพระผู้เป็นเจ้าทรงเอาสิ่งเหล่านั้นคืนจากเขาไปก็เหมือนกับผู้ที่ให้ยืมมาเอาสิ่งของๆเขาที่เคยยืมไปจากผู้ที่ยืมนั่นเอง และเขาเองก็ไม่ใช่เจ้าของอยู่แล้ว ในตอนแรก และก็ไม่ใช่ผู้ที่จะครอบครองได้ตลอดไปในตอนหลัง ดังนั้นความสูญเสียจึงไม่มีเนื่องจากเราไม่ได้เป็นเจ้าของตั้งแต่แรกแล้ว และจุดมุ่งหมายในการดำเนินชีวิตของเราคือ การกลับไปหาอัลลอฮฺ(ซบ.) พระผู้เป็นเจ้าที่แท้จริงในสภาพดั้งเดิมที่เขาได้ถูกสร้างมาครั้งแรกคือไม่มีครอบครัวไม่มีทรัพย์สินไม่มีพวกพ้องใดๆ มีแต่ความดีและความชั่วที่เขาได้สร้างสมไว้เพียงเท่านั้น

ดังนั้น เมื่อการเริ่มต้น และการสิ้นสุดของเขาเป็นสิ่งว่างเปล่าเพียงเท่านี้เหตุใดเขาจึงจะต้องดีใจในการมีของทรัพย์สมบัติต่างๆและเหตุใดเขาจึงจะต้องเสียใจ เมื่อขาดมันไปความคิดของเขาเกี่ยวกับสภาวะเริ่มต้นของเขา และการสิ้นสุดของเขา จึงเป็นยารักษาที่ดีที่สุดสำหรับโรคนี้ การรักษาด้วยวิธีนี้ ยังเพิ่มความยึดมั่นมากขึ้นว่าสิ่งที่ประสบกับเขานั้นไม่ใช่เพราะความผิดของเขา แต่เป็นเพราะลิขิตที่ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ดังคำกล่าวของอัลลอฮฺ(ซบ.) ที่ว่า

“ไม่มีภัยพิบัติใดๆ ที่ประสบกับพวกเจ้าในโลกนี้ หรือในร่างกายของเจ้าเอง นอกจากมันเป็น สิ่งที่ได้ถูกบันทึกไว้แล้ว ก่อนหน้านี้ ก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริง สิ่งเหล่านี้สำหรับอัลลอฮฺแล้ว มันเป็นสิ่งที่ง่ายดายยิ่งเพื่อที่พวกเจ้าจะได้ไม่หมดหวังในสิ่งที่พวกเจ้าสูญเสียไป และไม่ยินดีจนเกินเลย ในสิ่งที่พวกเจ้าได้รับ และพระผู้เป็นเจ้านั้นไม่ทรงรักผู้ที่เย่อหยิ่งทะนงตน และผู้ที่โอ้อวด” (ซูเราะห์อัลหะดีด อายะห์, 22-23)

ดังนั้นผู้ที่สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ และนำไปปฏิบัติ เขาจะพ้นจากความเศร้าเสียใจจากการสูญเสียทั้งมวล และจะมุ่งหน้าไปทางเดียวคือ การสร้างสมความดีในชีวิต ขอพวกเราจงน้อมนำไปปฏิบัติเถิด

ขอขอบคุณ : นพ.กษิดิษ ศรีสง่า แพทย์ประจำโรงพยาบาลกรุงเทพ
ที่มา:ไทยมุสลิม

เปิดอ่าน 13,953 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " โรคซึมเศร้า! ภัยเงียบทำลายชีวิต บำบัดจิตแบบอิสลาม โดย นพ.กษิดิษ ศรีสง่า "

ปิดการแสดงความคิดเห็น