Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
วันจันทร์ 10 ธันวาคม 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ความรู้ทั่วไป > นักวิทย์ฯชาวยิว เข้ารับอิสลาม เพราะทึ่งความจริงในกุรอ่านที่กล่าวถึงเรื่องอิดดะฮฺของสตรี

นักวิทย์ฯชาวยิว เข้ารับอิสลาม เพราะทึ่งความจริงในกุรอ่านที่กล่าวถึงเรื่องอิดดะฮฺของสตรี

หมวดหมู่ : ความรู้ทั่วไป 11 พฤศจิกายน 2018 เปิดอ่าน 10,124 ครั้ง

นักวิทย์ฯชาวยิว เข้ารับอิสลาม เพราะทึ่งความจริงในกุรอ่านที่กล่าวถึงเรื่องอิดดะอฺของสตรี

บทความ : อะห์หมัดมุสตอฟา โต๊ะลง

อัลลอฮ์ได้ทรงตรัสว่า

وَالْمُطَلَّقَاتُ يَتَرَبَّصْنَ بِأَنفُسِهِنَّ ثَلاَثَةَ قُرُوَءٍ وَلاَ يَحِلُّ لَهُنَّ أَن يَكْتُمْنَ مَا خَلَقَ اللّهُ فِي أَرْحَامِهِنَّ إِن كُنَّ يُؤْمِنَّ بِاللّهِ وَالْيَوْمِ الآخِر

“และบรรดาหญิงที่ถูกหย่าร้าง พวกนาง จะต้องรอคอยต้วของตนเอง 3 กุรูอฺ และไม่อนุมัติให้แก่พวกนาง ในการที่พวกนางจะปกปิดสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงให้บังเกิดขึ้นในมดลูกของพวกนาง หากพวกนางศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันปรโลก” (อัลบะกอเราะห์ 228)

นายโรเบิร์ต เกลม์ (Robert Galhm) นักวิทยาศาสตร์ด้านคัพภวิทยา หรือผู้เชี่ยวชาญด้านตัวอ่อนของทารก ซึ่งเป็นชาวยิว ได้ประกาศตนเข้ารับอิสลาม เนื่องจากความทึ่งในโองการจากพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานที่กล่าวถึงระยะครองตนของหญิงที่ถูกหย่า โดยเขาได้ใช้ชีวิตอยู่กับการวิจัยเฉพาะด้านร่องรอย (ของเชื้ออสุจิ) ที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างคู่ครองของผู้ชาย และหลังจากที่เขาได้เพียรพยายามอย่างหนักในการวิจัยนี้ เขายืนยันได้ว่า ร่องรอยของเชื้ออสุจิของผู้ชายจะยังคงตกค้างอยู่ในร่างกายของผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ด้วยนานถึง 3 เดือน

หนังสือพิมพ์ “อัลมิสรียูน” ได้ถ่ายทอดเรื่องราวจาก ดร.อับดุลบาซีต มูฮัมหมัด อัซซัยยิด ศาสตราจารย์ของหน่วยทดลองทางการแพทย์แห่งชาติของประเทศอียิปต์ ด้วยถ้อยคำที่ว่า “นักวิทยาศาสตร์นามว่า “โรเบิร์ต เกลม์” (Robert Galhm) ระดับชั้นหัวกะทิของยิวในสถาบัน อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคัพภวิทยา (ด้านตัวอ่อนของทารก) ได้ประกาศเข้ารับอิสลาม เพียงแค่รู้ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ซึ่งสอดคล้องกับวจนะที่ถูกกล่าวไว้ในอัลกุรอานถึงสาเหตุการกำหนดช่วงการครองตนของหญิงที่ถูกหย่าเป็นระยะเวลา 3 เดือน

นาย โรเบิร์ต เกลม์ ได้ยอมจำนนต่อหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ว่า การมีเพศสัมพันธ์ของสามีภรรยานั้นจะส่งผลต่อการที่สามีจะทิ้งร่องรอยเฉพาะไว้ให้กับภรรยาของเขา และในทุกๆ เดือนที่ไม่มีเพศสัมพันธ์จะทำให้ร่องรอยดังกล่าวนั้นหายไปประมาณ 25 – 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่เมื่อระยะเวลาได้ผ่านไปถึง 3 เดือน ร่องรอยของอสุจิจะหมดสิ้นไปทั้งหมด

นาย โรเบิร์ต เกลม์ ได้สรุปว่า ผู้หญิงแต่ละคนจะแบกรับเอาร่องรอยอสุจิของสามีของนางเท่านั้น ในขณะที่ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของหนึ่งจากนักชีวะวิทยาชาวอเมริกันได้อธิบายว่า ผู้หญิงสามารถมีเชื้ออสุจิของผู้ชายตกค้างที่ได้มากว่า 2 – 3 ร่องรอย ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า หญิงผู้นั้นมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายหลายคนในช่วงเวลาดังกล่าว

ข้อเท็จจริงนี้ทำให้นาย โรเบิร์ต เกลม์ ถึงกับประหลาดใจ ในขณะที่เขาได้ทำการตรวจสอบกับภรรยาของเขา กับพบว่า ภรรยาของเขามีร่องรอยของเชื้ออสุจิตกค้างอยู่ถึง 3 ร่องรอย ซึ่งเป็นสาเหตุมาจากการที่ภรรยาของเขาออกนอกกรอบ โดยไปมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่น จนทำให้เขาต้องตรวจสอบต่อไปจนพบว่า ลูกชายทั้ง 3 คนของเขามีเพียงแค่คนเดียวที่เป็นลูกแท้ๆ ของเขา

ด้วยเหตุผลทั้งปวงนี้ จึงทำให้เขาต้องหันมายอมจำนนต่ออิสลาม และประกาศว่า ศาสนาอิสลามคือศาสนาเดียวที่รับประกันการคุ้มครองสตรีและค้ำจุนสังคมไว้ได้เป็นอย่างดี และแท้จริงสตรีมุสลิมคือหญิงที่สะอาดบริสุทธิ์ยิ่งกว่าหญิงใดในโลก

เขียนโดย ดาบแห่งอัลเลาะห์ อะคาเดมี่

เปิดอ่าน 10,124 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " นักวิทย์ฯชาวยิว เข้ารับอิสลาม เพราะทึ่งความจริงในกุรอ่านที่กล่าวถึงเรื่องอิดดะฮฺของสตรี "

ปิดการแสดงความคิดเห็น